ลูกค้าฝรั่ง (แสนแสบ) คนแรก




เท้าความ

ก็อย่างที่บอกแหละครับ ก่อนที่ผมจะมาจบที่บ้านเช่าหลังแรก ผมได้ทดลองทำอะไรต่างๆมามากมายตั้งแต่เริ่มต้นทำงาน เปิดร้านคอมพิวเตอร์ในยุค 90 ควบคู่ไปกับงานประจำ อะไรที่ทำเงินและคิดว่าดี เรียกได้ว่าผมจะนำมาศึกษาและทดลองทำอยู่หลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับด้านออนไลน์เพราะถือว่าเป็นการเริ่มต้นทำที่ลงทุนน้อยที่สุด โดยมีแบบอย่าง ผู้มีพระคุณ เปรียบเสมือนพี่ที่ปรึกษาและหลายๆอย่างจาก คุณอดุลย์ หลังปูเต๊ะ เจ้าของเว็บไซต์ www.thaihoteljob.com เว็บหางานโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในขณะนั้น ซึ่งมีรายได้เป็นกอบเป็นกำจากการทำเว็บไซต์ออนไลน์

ผมเริ่มต้นศึกษาการทำเว็บออนไลน์มากขึ้นจนเกิดเป็นเว็บ www.krabiall.com เว็บแรกของผม ซึ่งในช่วงแรกทำให้ผมได้รับรายได้จากการลงโฆษณาอยู่บ้าง แต่ก็นั่นแหละครับ เหมือนมันยังไม่ใช่สำหรับผม



ระหว่างทาง

วันนึงผมขับรถไปทำงานพอถึงสามแยก ผมมองเห็นป้ายประกาศขายที่ดิน บ้านเช่า ผมก็เลยคิดว่าทำไมผมไม่เอาป้ายเหล่านี้มาอยู่บนเว็บล่ะ ระหว่างขับรถไปถึงที่ทำงานผมคิดเรื่องนี้มาตลอด จนผมกลับมาและเริ่มทำเว็บบ้านเช่า ขายบ้านและที่ดิน www.krabirentalhouse.com เป็นเว็บที่สองของผม ซึ่งระหว่างนั้นบ้านเช่าหลังแรกของผมแล้วเสร็จพอดี ผมก็เอาบ้านของผมนี่แหละครับออนไลน์ในเว็บเป็นบ้านหลังแรก และทุกๆวันในวันหยุดผมจะเข้าไปหาเจ้าของบ้านเช่าและถ่ายรูป เรียกได้ว่าบริการทุกอย่างฟรี เพื่อให้ผมได้ลงในเว็บใส่ข้อมูลในเว็บให้เยอะๆ ผมทำแบบนี้อยู่ระยะนึงจนมีลูกค้าค่อนข้างเยอะและทำให้ผมเห็นช่องทางในการก้าวเข้ามาสู่อสังหาริมทรัพย์

ลูกค้าฝรั่งคนแรก





จะมีคนมาเช่าหรือ อยู่ไกลขนาดนี้? ทำบ้านดีขนาดนี้เลยหรือ จะคุ้มกันไหม ต่างๆนาๆคำถามจากผู้มาเยือนหลังจากที่บ้านผมเสร็จ

ทุกๆคำถามผมได้แต่เพียงตอบในใจว่ามันต้องมีซิ ผมมีแรงศรัทธาของผมอยู่ในใจแต่เราจะให้เขาคิดเหมือนเราคงเป็นไปไม่ได้...

ทุกๆวันผมจะมานั่งบริเวณบ้าน มองดูและคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไปกับบ้านหลังนี้ ปลูกต้นไม้ แต่งเติมส่วนไหนให้ดีขึ้น เรียกได้ว่าคิดตลอดว่าจะทำอย่างไรให้บ้านหลังนี้ดูดีขึ้นเรื่อยๆ จนมาวันนึงได้มีลูกค้าคนแรกฝรั่งชาวโปแลนด์ ไม่รู้เดินทางมาจากไหน มาได้อย่างไรเหมือนกัน แวะเข้ามาสอบถามเพื่อที่จะเช่าบ้าน (บ้านน้ำว้า Baan numwa) ย่างเข้าไปในสวน ทางเดินไปบ้านน้ำว้า ลูกค้าฝรั่งก็ชอบใจกับสวนที่ผมได้ตกแต่งไว้ ผมสังเกตุรอยยิ้มและสีหน้า พร้อมกับคำชม พอมาถึงตัวบ้าน เพียงแค่ผมเปิดประตูเข้าไป ลูกค้าฝรั่งแสดงท่าทางชอบบ้านมาก บอกเป็นบ้านในฝัน ดูทุกห้องชมตลอด ผมนี่ยิ้มแก้มจะแตกล่ะครับ ก็ลองคิดดูนะครับ ผมมีสวนอย่างรีสอร์ทหรู ภายในห้องพักถูกผสมผสานจากแนวคิดประสบการณ์จากรีสอร์ท 5 ดาวในการทำงานของผม

แนะนำลูกค้าฝรั่งทุกๆรายละเอียด สรุปตัดสินใจอยู่เลย บอกว่าขออยู่เรื่อยๆยังไม่มีกำหนดว่าจะออกเมื่อไหร่ ผมดีใจมากที่ได้ลูกค้าคนแรก แทบจะกระโดดตรงนั้นเลยทีเดียว


หลังจากที่ลูกค้าฝรั่งมาพัก 3 คืนผ่านไป ผมไม่เจอกับลูกค้าฝรั่งคนนี้เลย ทุกๆเช้า ทุกๆเย็นผมไปดู ปรากฏปิดบ้านตลอด ปิดผ้าม่านมิดชิดครับ จนวันที่ 4 ผมคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกค้าฝรั่งคนนี้ผมรอจนเย็นเพราะคิดว่าจะเจอลูกค้าออกมาจากบ้านบ้าง แต่ก็ไม่มีวี่แวว ผมตัดสินใจไขกุญแจแอบย่องเข้าไปในบ้านอย่างเงียบเชียบ ปรากฏว่าลูกค้าฝรั่งคนนี้นอนอยู่ คลุมผ้าห่มมิดชิด แถมสังเกตุผ้าห่มเลยรู้ว่า ยังมีการหายใจอยู่ โล่งใจมากเพราะตอนแรกคิดว่า ลูกค้าฝรั่งคนนี้จะเสียชีวิตหรือเปล่า

วันที่ 5 ผมเจอกับลูกค้าฝรั่งคนนี้ตอนเช้า นั่งดื่มกาแฟอย่างมีความสุข ผมเลยเข้าไปทักทายและพูดคุย สอบถามต่างๆนาๆ ลูกค้าฝรั่งคนนี้บอกว่าไม่ต้องตกใจ เขาจะนอนแบบนี้เป็นเรื่องปกติ (หารู้ไม่ว่าผมแอบย่องเข้าบ้านไปดูมาแล้ว 555)

ระยะเวลาผ่านไปสามเดือน ลูกค้าฝรั่งอยู่อย่างมีความสุขจากการที่ได้พูดคุยกันตลอด ทุกอย่างเหมือนจะดีหมดสำหรับผม คิดในใจผมได้ลูกค้าที่ดีมาก

และแล้ววันนึงเจ้าของร้านซักรีดโทรมาหาผมบอกว่า เสื้อหาย บอกว่าลูกค้าฝรั่งคนนี้ขโมยไป ผมรู้สึกแปลกใจและคิดว่า ลูกค้าฝรั่งเขาคงหยิบติดไป เพราะส่งร้านซักรีดร้านนี้ประจำ และผมสอบถามกับลูกค้าฝรั่งเขาก็บอกว่า เขาหยิบติดมา ไม่ได้ตั้งใจขโมย


ผ่านไปอีก 2-3 วัน เจ้าของรีสอร์ทๆนึงโทรมาหาผม บอกว่าลูกค้าฝรั่งคนนี้ขโมยมือถือลูกค้าคนอื่นมา ผมบอกเดี๋ยวเย็นๆผมเลิกงานจะไปเคลียร์ ตอนนั้นผมคิดในใจก็ว่าไม่น่าจะใช่อีกตามเคย เขามีเงินจ่ายค่าเช่าเดือนละเกือบสองหมื่น เขาจะมาขโมยของแบบนี้ทำไม

พอตอนเย็นผมเข้าไปคุยและได้เห็นกล้องวงจรปิดถึงกับงงๆว่าเกิดอะไรขึ้น ผมรีบกลับไปคุยกับลูกค้าฝรั่งและเริ่มที่จะเครียดนิดหน่อยว่าทำแบบนี้ทำไม เคลียร์กับลูกค้าเสร็จก็ได้มือถือคืนให้เขากลับไป ดีนะที่ผมรู้จักกันเขาเลยไม่เอาเรื่อง

เหตุการณ์ที่สาม มีชาวบ้านโทรหาผมว่าลูกค้าฝรั่งคนนี้นั่งอยู่ที่หน้าบ้าน ไม่ยอมลุกไปไหน และไม่ยอมกลับ ผมก็ต้องรีบไปดูอีก ปรากฏว่าลูกค้าคนนี้เมาอย่างหนัก และคุยกับชาวบ้านไม่เข้าใจเพราะคนละภาษา ผมคุยกับลูกค้าฝรั่งก็กำชับเขาและก็เข้าใจนะว่าธรรมดาของคนเมา ผมมักจะคิดบวกเสมอ วันนั้นเราถึงกับต้องแบกลูกค้าฝรั่งคนนี้กลับมาเพราะเดินไม่ไหวแล้ว

ยังครับ ยังไม่จบ อีกหนึ่งเหตุการณ์คืออยู่ๆ มีวัยรุ่นมาที่บ้านผม 2-3 คน บอกว่ามาทวงเงิน บอกว่าลูกค้าฝรั่งติดเงิน ผมถึงกับงงหนักว่าเกิดอะไรขึ้น รู้สึกว่ามันไม่ใช่ล่ะ แบบนี้คือต้องมีอะไรผิดปกติล่ะ จากการที่ผมได้พูดคุยกับกลุ่มวัยรุ่นผมถึงได้เข้าใจ และมันมีหลายเหตุการณ์เล็กๆเกิดขึ้นกับลูกค้าฝรั่งคนนี้ที่ผมไม่ได้กล่าวมา สรุปผมต้องให้ลูกค้าฝรั่งคนนี้ออกจากบ้านผม เพราะผมมีสัญญาการเช่าทั้งสองฝ่ายอย่างชัดเจนถึงข้อห้ามกระทำในการเช่าบ้าน

 ผมเข้าใจนะครับว่ามันมีความยุ่งยากหลายๆอย่างที่เกิดขึ้นกับลูกค้าฝรั่งคนนี้ แต่ผมว่าเป็นเรื่องที่ดีมากสำหรับผมที่ทำให้ผมได้เจอกับเขา ผมได้เรียนรู้ประสบการณ์กับลูกค้าฝรั่งคนนี้หลายๆด้าน ทำให้ผมต้องคัดกรองลูกค้ามากขึ้น เข้าใจวิถีต่างชาติมากขึ้นเพราะมันคือประสบการณ์ที่ผมมิอาจลืมเลือน....

หากวันนี้เราคิดจะทำสิ่งใดนั้น เราต้องเตรียมใจกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ไม่ว่าจะเข้ามาหาเราในรูปแบบใดก็ตามเพราะ


"ทุกอย่างมีสองด้านเสมอแม้แต่ในวันที่เราคิดว่าแย่ สิ่งดีๆก็ยังมีอยู่ เพียงแค่เราต้องหาให้เจอเท่านั้น"


ขอบคุณครับ





Popular posts from this blog

บ้าน (ฝรั่ง) เช่าหลังแรก

เปิดใจเรียนรู้ "ให้" สู่รายได้ยั่งยืน